ปัญหามลพิษด้านกลิ่นเหม็นที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม

สิ่งแวดล้อมต่างๆมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้มากมาย แต่การใช้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทำให้เกิดมลพิษขึ้นในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ซึ่งมลพิษทางสิ่งแวดล้อมเป็นสภาวะที่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติถูกปะปนหรือปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม หรือสารมลพิษ ทำให้มีลักษณะหรือสมบัติแตกต่างไปจากเดิมหรือจากธรรมชาติ โดยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลง ยังผลให้ใช้ประโยชน์ได้น้อยหรือใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย และมีผลเสียต่อสุขภาพ ปัจจุบันแหล่งอุตสาหกรรมต่างๆทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆทั่วโลก โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆเหล่านี้ส่วนใหญ่จะใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงาน รวมทั้งการใช้ยานพาหนะรถยนต์ประเภทต่างๆในการเดินทาง การขนส่งผลิตภัณฑ์สินค้า ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดแก๊สพิษต่างๆที่ปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้น และจากยานพาหนะรถยนต์นับล้านๆคันทั่วโลก แก๊สพิษเหล่านี้นอกจากจะกระจายอยู่ตามแหล่งอุตสาหกรรม ตามถนนทั้งนอกเมืองและในเมืองใหญ่เมืองเล็กทั่วโลก นอกจากนี้แก๊สพิษเหล่านั้นยังลอยไปกับลมแพร่กระจายไปได้ไกลๆ ปัญหามลพิษที่เกิดจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ปัญหามลพิษด้านกลิ่นเหม็น มลพิษด้านฝุ่นละอองและเขม่าควัน น้ำเสีย เสียงรบกวน ของเสียอันตราย ขยะและสิ่งปฏิกูล และอื่นๆ ซึ่งเป็นปัญหามลพิษที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดติดต่อกันในรอบหลายปีที่ผ่านมา คือ ปัญหามลพิษด้านกลิ่นเหม็น หากเกิดกรณีร้องเรียนเรื่องกลิ่นนั้นจะต้องมีแนวทางการดำเนินการสำรวจปัญหากลิ่นในชุมชนที่ถูกต้องและเป็นระบบ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองไทยใช้วิธีตรวจกลิ่นด้วยจมูก ซึ่งเป็นวิธีการที่จะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายเป็นประเทศที่ 2 ของโลก ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ใกล้ตัวมาก และเป็นการวัดด้วยความรู้สึกของคน คนแต่ละคนก็มีพื้นฐานในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันการรับรู้กลิ่นย่อมแตกต่างกันแน่นอน จมูกมนุษย์มีข้อจำกัดในการรับรู้กลิ่นหลายประการ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการถ่ายทอดความรู้และเทคนิคที่จำเป็นในการเก็บตัวอย่างกลิ่นและตรวจวัดกลิ่นโดยการดมให้กับผู้เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดปัญหาและข้อขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อก่อนนี้บรรจุภัณฑ์นั้นมีหน้าที่พิ้นฐานคือปกป้องสินค้า แต่พอเวลาผ่านไปบรรจุภัณฑ์เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้แทนที่จะช่วยปกป้องสินค้าแต่กลับเป็นมลภาวะต่อโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพของสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ปัจจุบันสร้างเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ขึ้นมา และสภาพสิ่งแวดล้อมใหม่ที่สร้างขึ้นอาจก่อผลด้านบวกหรือด้านลบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ได้ บรรจุภัณฑ์ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงได้แก่ การทำให้ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลง นอกจากวัตถุดิบต่างๆที่ใช้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังเป็นแหล่งใช้พลังงานต่างๆรวมทั้งใช้อากาศและน้ำในกระบวนการผลิตและแปรรูป สารบางประเภทที่ใช้ยังทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศแต่ผลกระทบที่ได้รับการเพ่งเล็งมากที่สุด คือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วที่ก่อให้เกิดขยะตามถนนหนทาง เนื่องจากนวัตกรรมหลายๆอย่างในปัจจุบันนี้เอื้อให้เราสามารถผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำได้มากขึ้นโดยการใช้วัสดุให้น้อยลง ที่ลดจำนวนการใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด โดยมั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าเพียงแค่การลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเราควรพัฒนาและสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อลดผลกระทบกับธรรมชาติ และควรใช้วัสดุน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารนับเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ราคาของวัตถุดิบเพิ่มขึ้นทั่วโลก ผู้บริโภคเองต่างก็เปลี่ยนพฤติกรรมการกินและหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น จากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้คุณสมบัติอย่างหนึ่งของบรรจุภัณฑ์อาหารก็ต้องนำสมัย ร่วมสมัย และเปลี่ยนแปลงไปด้วย ผู้ผลิตอาหาร ธุรกิจ และผู้บริโภคต่างก็มีบทบาทเท่าเทียมกันในเรื่องนี้ สิ่งที่เป็นที่ต้องการก็คือ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ที่ปกป้องอาหารที่บรรจุไว้ได้สูงสุด มีความยืดหยุ่นได้ และสะดวกต่อการใช้สอย มีแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงควรมองผลกระทบในด้านต่างๆโดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อการขายทั้งระดับการขายส่งและการขายปลีก เมื่อพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องของภาชนะบรรจุภัณฑ์จึงเป็นเรื่องที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้โดยง่ายและสามารถจับต้องได้ ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีจึงต้องหากลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สามารถลดปัญหาจากขยะบรรจุภัณฑ์ การสิ้นเปลืองทรัพยกร การนำบรรจุภัณฑ์มาใช้ซ้ำ การนำกลับมาแปรรูปใหม่ และหากกำจัดทิ้งต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาสิ่งแวดล้อม

การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้เริ่มมาเป็นเวลานับร้อยๆ ปีแล้ว แต่สมัยก่อนไม่ได้เรียกว่าเป็นกาศึกษาสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นการศึกษาเฉพาะทาง เช่น การศึกษาทางภูมิศาสตร์ วนศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สาธารณสุข ฯลฯ แต่ด้วยเหตุที่มีการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบต่อมนุษย์ จึงมีการพัฒนารูปแบบการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขึ้น แต่แนวทางในการศึกษาจะต้องใช้ความรู้หลายๆด้าน มาผสมผสานกันเพื่อก่อให้เกิดหลักการท่ีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน เพราะวิทยาศษสตร์เป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ปรากฎการร์ธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นในโลกอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นกระบวนการที่นำไปสรุปอย่างมีกฎเกณฑ์และเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการศึกษษสิ่งแวดล้อม มีแนวทางในการศึกษษที่ชัดเจนถูกต้องและเป็นระบบยิ่งขึ้น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาสิ่งแวดล้อมได้ดังนี้ 1. ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หาชนิด …

สาเหตุใหญ่ๆของปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นจากสาเหตุใหญ่ 3 ประการ คือ 1. การเพิ่มจำนวนของประชากร การเพิ่มความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน อันได้แก่ ความต้องการพื้นที่ทำกินทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีการบุกรุกทำลายป่าอันควรสงวนไว้เพื่อรักษาดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ความต้องการในการใช้ทรัพยากรอื่นๆ เป็นต้นว่า น้ำ อากาศ แร่ธาตุ แหล่งพลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเพื่อสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ยังขาดการวางแผนการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความต้องการในอนาคต จนเกิดความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยทั่วไปและอาจทำให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงในอนาคต หากยังมีการทำลายหรือการใช้ทรัพยากร …

หลักการและวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ คือ การใช้สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาดและใช้ให้เกิดประโยชน์ หลักการและวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มีดังนี้ การถนอมรักษาคือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงสภาพทั้งปริมาณและคุณภาพเอาไว้ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น กรณีแร่เหล็กแทนที่จะนำมาใช้โดยตรงก็นำไปผสมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นเหล็กกล้า ซึ่งนอกจากจะลด ปริมาณการใช้เนื้อเหล็กให้น้อยลงแล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานออกไปอีกด้วย เป็นต้น การบูรณะฟื้นฟูคือ การทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับคืนมาใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม เช่น ดินที่นำมาใช้เพื่อการเพราะปลูกพืชชนิดเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้คุณภาพของดินเสื่อมลง การบูรณะฟื้นฟูจะทำได้โดยการใส่ปุ๋ยปลูกพืชคลุมดิน หรือพักหน้าดินไว้สักช่วงระยะหนึ่ง เป็นต้น การนำกลับมาใช้ใหม่หรือที่เรียกว่า …